บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ โรคระบบประสาทอื่นๆ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบ
1 โรคระบบประสาทอื่นๆ — เส้นประสาทใบหน้า

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบ (Bell's palsy)

อยู่ดี ๆ หน้าเบี้ยว ปากตก…ใช่โรคหลอดเลือดสมองหรือไม่?

อ่านประมาณ 10 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

ทำไมยิ้มแล้วปากเบี้ยว? ทำไมหลับตาข้างหนึ่งไม่สนิท? ทำไมน้ำไหลออกจากมุมปาก ควบคุมใบหน้าไม่ได้?
อาการเหล่านี้มักทำให้ตกใจ เพราะสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) แต่ความจริงแล้วยังมีอีกโรคหนึ่งที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุสำคัญของอาการหน้าเบี้ยวเฉียบพลัน คือ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบ หรือ Bell's palsy

เปรียบเทียบอาการ Bell's palsy กับปกติ

ภาพเปรียบเทียบการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าปกติ (ซ้าย) กับ Bell's palsy (ขวา)

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 คืออะไร?

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 (Facial nerve) เป็นเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น

  • การยักคิ้ว
  • การหลับตา
  • การยิ้ม
  • การขยับมุมปาก
  • การแสดงสีหน้า

รวมถึงเกี่ยวข้องกับการรับรสบางส่วนของลิ้น การสร้างน้ำตา และต่อมน้ำลายบางส่วน

💡 กลไกสำคัญ

เมื่อเส้นประสาทเกิดการอักเสบหรือบวม การส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อจะผิดปกติ ทำให้ใบหน้าข้างนั้นอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตชั่วคราว

Bell's palsy เกิดจากอะไร?

ในผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการอักเสบและบวมของเส้นประสาทใบหน้า ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ การกระตุ้นของไวรัสบางชนิด เช่น

  • ไวรัสเริม (Herpes simplex virus)
  • ไวรัสงูสวัด (Herpes zoster virus)

เมื่อเส้นประสาทบวมภายในช่องกระดูกแคบ ๆ อาจทำให้เส้นประสาทถูกกดเบียดและทำงานผิดปกติ

อาการของ Bell's palsy เป็นอย่างไร?

อาการมักเกิดค่อนข้างเร็ว ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วัน

1

หน้าเบี้ยวครึ่งซีก

  • ยิ้มแล้วมุมปากตก
  • ยิงฟันแล้วปากเบี้ยว
  • น้ำหรืออาหารไหลออกจากมุมปาก
  • พูดบางคำลำบาก
2

หลับตาไม่สนิท

  • ปิดตาข้างที่เป็นไม่ได้
  • ตาแห้ง ระคายเคืองตา
  • น้ำตาไหลผิดปกติ
⚠️ สำคัญมาก: การดูแลดวงตา

การดูแลดวงตาเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะหากตาแห้งมาก อาจเกิดแผลที่กระจกตาได้ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวร

3

คิ้วตก หน้าผากขยับลดลง

  • ยักคิ้วไม่ได้
  • ย่นหน้าผากได้น้อยลง
  • เป็นลักษณะที่พบได้บ่อยใน Bell's palsy
4

อาการอื่นที่อาจพบร่วม

  • ปวดบริเวณหลังหู
  • ได้ยินเสียงดังแล้วรู้สึกไวผิดปกติ
  • รับรสเปลี่ยนไป

หน้าเบี้ยวแบบนี้…เป็น Stroke หรือ Bell's palsy?

นี่คือจุดที่สำคัญมาก เพราะทั้งสองโรคอาจทำให้หน้าเบี้ยวได้

Bell's palsyStroke (โรคหลอดเลือดสมอง)
อ่อนแรงทั้งใบหน้าข้างเดียว มักอ่อนแรงเฉพาะส่วนล่างของหน้า
หลับตาไม่สนิท หลับตาได้ปกติ
ยักคิ้วไม่ได้ ยักคิ้วได้ปกติ
ไม่มีแขนขาอ่อนแรง แขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก
พูดได้ปกติ พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ เดินเซ
🚨 หากไม่แน่ใจ — รีบพบแพทย์ทันที

โดยเฉพาะอาการเกิดขึ้นทันที ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมิน เพราะ Stroke เป็นโรคที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน ทุกนาทีมีความสำคัญ

การวินิจฉัยทำอย่างไร?

แพทย์จะประเมินจาก

  • ประวัติการเกิดอาการ
  • รูปแบบของใบหน้าที่อ่อนแรง
  • การตรวจระบบประสาทอย่างละเอียด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกาย แต่บางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น MRI หาก

  • อาการไม่เหมือน Bell's palsy ทั่วไป
  • มีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วม
  • อาการไม่ดีขึ้นตามที่ควร

Bell's palsy รักษาอย่างไร?

เป้าหมายของการรักษาคือ ลดการอักเสบของเส้นประสาท ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ใบหน้าฟื้นตัวได้ดีที่สุด

1

ยาลดการอักเสบ (Steroid)

⭐ การรักษาหลักที่มีหลักฐานสนับสนุนมากที่สุด

ช่วยลดการบวมของเส้นประสาทและเพิ่มโอกาสการฟื้นตัว โดยเฉพาะเมื่อเริ่มรักษาเร็วในช่วงประมาณ 72 ชั่วโมงแรกหลังเกิดอาการ

2

ยาต้านไวรัส

แพทย์อาจพิจารณาในบางราย เช่น อาการรุนแรง หรือสงสัยเกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสบางชนิด ขึ้นกับความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละคน

3

การดูแลดวงตา

  • ใช้น้ำตาเทียมสม่ำเสมอตลอดวัน
  • หลีกเลี่ยงลมและฝุ่น ใส่แว่นป้องกัน
  • ปิดตาด้วยเทปพลาสเตอร์ขณะนอนหากจำเป็น
4

การกายภาพและฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า (Facial rehabilitation)

  • ฝึกยักคิ้ว
  • ฝึกหลับตาช้า ๆ
  • ฝึกยิ้ม
  • ฝึกขยับมุมปาก
  • ฝึกควบคุมกล้ามเนื้อหน้ากระจก

หลักสำคัญคือ ฝึกอย่างนุ่มนวล ไม่ฝืนหรือเกร็งมากเกินไป

5

ต้องกระตุ้นไฟฟ้าใบหน้าหรือไม่?

❓ คำถามที่พบบ่อย

"ถ้าไม่ได้กระตุ้นไฟฟ้า หน้าจะไม่หายหรือเปล่า?"

ข้อมูลทางการแพทย์ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการกระตุ้นไฟฟ้าช่วยเพิ่มโอกาสหาย หรือทำให้ผู้ป่วย Bell's palsy ทุกคนฟื้นตัวเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

"ไม่ได้กระตุ้นไฟฟ้า ไม่ได้หมายความว่ารักษาไม่ครบ หรือเสียโอกาสในการฟื้นตัว"

Bell's palsy หายได้ไหม?

🎉 ข่าวดี!

ผู้ป่วย Bell's palsy ส่วนใหญ่มีโอกาสฟื้นตัวได้ดีมาก

70–85%
ของผู้ป่วยสามารถหายหรือกลับมาใกล้เคียงปกติได้
~90%
ในรายที่อาการไม่รุนแรง โอกาสฟื้นตัวสมบูรณ์
3–6
เดือน คือช่วงเวลาฟื้นตัวส่วนใหญ่

ปัจจัยที่มีผลต่อการฟื้นตัว ได้แก่ ความรุนแรงของอาการ อายุ โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน และระยะเวลาที่เริ่มรักษา

แม้ช่วงแรกอาการหน้าเบี้ยวอาจดูน่ากังวล แต่ในผู้ป่วยจำนวนมาก เส้นประสาทสามารถค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาได้

📋 สรุปสิ่งสำคัญ

  • Bell's palsy ทำให้เกิดหน้าเบี้ยวเฉียบพลัน หลับตาไม่สนิท หรือมุมปากตก
  • แยกจากโรคหลอดเลือดสมองให้ถูกต้อง หากไม่แน่ใจรีบพบแพทย์ทันที
  • พบแพทย์เร็ว — ยา Steroid ได้ผลดีที่สุดใน 72 ชั่วโมงแรก
  • ดูแลดวงตาอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันกระจกตาแห้ง
  • ฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีโอกาสดีขึ้นสูง หายใจลึก ๆ แล้วรักษาตามแพทย์แนะนำ

การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า สำหรับผู้ป่วย Bell's palsy

การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟู ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อให้กลับมาทำงานได้เร็วขึ้น ควรทำ วันละ 2–3 ครั้ง ครั้งละ 10–15 นาที และทำหน้ากระจกเสมอ

สรุปท่าบริหาร 6 ท่าหลัก

ท่าที่ 1

ยักคิ้ว / ยกหน้าผาก

ยกคิ้วขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกันให้มากที่สุด หากทำไม่ได้ให้ใช้มือช่วยดันคิ้วขึ้น

ท่าที่ 2

ขมวดคิ้ว / หน้านิ่ว

ขมวดคิ้วเข้าหากันให้รู้สึกตึงบริเวณหน้าผาก ใช้มือช่วยได้หากกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ท่าที่ 3

แก้มป้อง / พ่นลม

พยายามพองแก้มออกมาทั้งสองข้าง หากทำไม่ได้ให้ใช้มือช่วยดันแก้มข้างที่อ่อนแรง

ท่าที่ 4

ทำปากยู้ / จูบ

ทำปากยู้เหมือนจะจูบ รวมริมฝีปากเข้าหากัน ทำช้า ๆ และสม่ำเสมอ

ท่าที่ 5

ยิ้มฟัน

ยิ้มกว้างโชว์ฟัน เหยียดปากข้างที่อ่อนแรงให้ตึงขึ้น ฝึกหน้ากระจกเพื่อตรวจความสมมาตร

ท่าที่ 6

ปิดตา / หลับตา

พยายามปิดตาทั้งสองข้างพร้อมกันช้า ๆ ใช้นิ้วช่วยปิดตาข้างที่อ่อนแรงถ้าจำเป็น

💡 คำแนะนำสำหรับการฝึก
  • ทำหน้ากระจกเสมอ เพื่อสังเกตการขยับของกล้ามเนื้อทั้งสองข้าง
  • ทำช้า ๆ นุ่มนวล ไม่ฝืนหรือเกร็งมากเกินไป
  • ถ้ามีอาการเจ็บหรือปวดมากผิดปกติ ให้หยุดและปรึกษาแพทย์
  • ฝึกต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกวัน แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว
  • กายภาพบำบัดโดยนักกายภาพบำบัดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นตัว
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง

คลังความรู้โรคสมอง

www.dradisak.com