บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ โรคสมองเสื่อม 15 ปัญหาที่พบบ่อยและการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม
2 หมวดที่ 5 — สำหรับผู้ดูแล

15 ปัญหาที่พบบ่อยและการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม

เข้าใจพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เพื่อดูแลด้วยวิธีที่เหมาะสม

อ่านประมาณ 5 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
“ทำไมแม่ถามเรื่องเดิมทั้งวัน?”
“ทำไมพ่อเริ่มหงุดหงิด ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น?”
“ทำไมบางวันเหมือนดีขึ้น แต่บางวันกลับสับสนมาก?”

นี่เป็นคำถามที่หลายครอบครัวเจอเมื่อดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม

หลายครั้งสิ่งที่ทำให้ผู้ดูแลเหนื่อยที่สุด
อาจไม่ใช่แค่เรื่องความจำ

แต่คือ “การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน”

ทั้งอารมณ์
พฤติกรรม
การกิน
การนอน
และกิจวัตรที่เคยทำได้

สิ่งสำคัญที่อยากให้เข้าใจคือ…

ผู้ป่วยไม่ได้ตั้งใจทำให้คนรอบข้างลำบาก

แต่สมองที่เปลี่ยนไป ทำให้การรับรู้ ความจำ การตัดสินใจ และการควบคุมอารมณ์ไม่เหมือนเดิม

เมื่อเราเข้าใจที่มา
เราจะดูแลได้ดีขึ้น

🔁 1. ถามซ้ำ พูดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ

นี่เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุด

เช่น

“วันนี้วันอะไร?”
“จะไปไหน?”
“ลูกจะกลับกี่โมง?”

ถามซ้ำทั้งที่เพิ่งตอบไปไม่นาน

สาเหตุคือสมองส่วนที่สร้างความจำใหม่ทำงานลดลง

สำหรับเรา เหตุการณ์นั้นอาจเพิ่งเกิดเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว

แต่สำหรับผู้ป่วย…

เหมือนเขายังไม่เคยได้รับคำตอบนั้นเลย

🌿 วิธีดูแล

หลีกเลี่ยงคำว่า

“ถามไปแล้วไง”
“จำไม่ได้เหรอ”

ลองใช้วิธี

  • ตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงสงบ
  • เบี่ยงความสนใจไปกิจกรรมอื่น
  • ใช้ป้ายหรือกระดาษช่วยเตือน
  • ทำกิจวัตรให้เหมือนเดิมทุกวัน

บางครั้งเป้าหมายไม่ใช่ทำให้เขาจำได้

แต่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย

😟 2. หงุดหงิดง่าย อารมณ์เปลี่ยน

บางคนที่เคยใจเย็น

อาจเริ่มโมโหง่าย
ไม่ยอมทำบางอย่าง
พูดแรงขึ้น
หรือปฏิเสธการช่วยเหลือ

หลายครั้งไม่ได้เกิดจากนิสัยเปลี่ยน

แต่เกิดจากความสับสน
ความกลัว
หรือการสื่อสารสิ่งที่ต้องการไม่ได้

💛 วิธีดูแล

ลองมองหาสาเหตุก่อน เช่น

  • หิวไหม
  • เจ็บหรือไม่
  • เหนื่อยเกินไปไหม
  • สิ่งแวดล้อมวุ่นวายหรือเปล่า

เวลาคุย

  • ใช้น้ำเสียงนุ่ม
  • พูดทีละเรื่อง
  • ให้เวลาคิด
  • หลีกเลี่ยงการโต้เถียง

บางครั้งสิ่งที่ช่วยมากที่สุดคือ

“ความรู้สึกว่ามีคนเข้าใจ”
🌙 3. นอนไม่หลับ กลางคืนสับสน

ผู้ป่วยบางคนกลางวันดูปกติ

แต่ช่วงเย็นหรือกลางคืนเริ่ม

  • กระสับกระส่าย
  • เดินไปมา
  • สับสนมากขึ้น
  • ไม่ยอมนอน
🌞 วิธีดูแล
  • รับแสงแดดตอนเช้า
  • มีกิจกรรมช่วงกลางวัน
  • ลดการนอนกลางวันนานเกินไป
  • ลดชา กาแฟช่วงบ่าย
  • ทำกิจวัตรก่อนนอนเหมือนเดิม
🏠 4. หลงลืม หลงทาง ทำสิ่งที่เสี่ยง

อาจพบว่า

  • เดินออกจากบ้าน
  • หลงทางในที่คุ้นเคย
  • ลืมทางกลับบ้าน
🛡️ วิธีดูแล
  • จัดบ้านให้ปลอดภัย
  • ลดสิ่งกีดขวาง
  • มีข้อมูลติดต่อกับตัวผู้ป่วย
  • ดูแลกิจกรรมที่มีความเสี่ยง

เป้าหมายคือ

ไม่ใช่จำกัดชีวิตทั้งหมด

แต่ให้เขาปลอดภัยที่สุด

🍽️ 5. ปัญหาเรื่องการกินอาหาร

บางคนอาจ

  • กินแล้ว แต่บอกว่ายังไม่ได้กิน
  • ยังไม่ได้กิน แต่คิดว่ากินแล้ว
  • กินอาหารน้อยลง
  • ใช้อุปกรณ์กินอาหารลำบากขึ้น

หลายครั้งเกิดจากสมองไม่สามารถบันทึกเหตุการณ์ล่าสุดได้

🌿 วิธีดูแล

หลีกเลี่ยง

“เพิ่งกินไป จำไม่ได้เหรอ”

ลองใช้

  • ตารางมื้ออาหาร
  • กินเวลาเดิม
  • ลดสิ่งรบกวน
  • เตรียมอาหารที่กินง่าย

และสังเกตปัญหาอื่น เช่น

ฟัน
การเคี้ยว
การกลืน
หรือโรคทางกาย

🗣️ 6. พูดน้อยลง หาคำไม่เจอ สื่อสารลำบาก

ผู้ป่วยอาจ

  • นึกคำไม่ออก
  • เรียกชื่อผิด
  • อธิบายสิ่งที่ต้องการไม่ได้
💛 วิธีดูแล
  • พูดช้า
  • ใช้ประโยคสั้น
  • ถามทีละเรื่อง
  • ให้เวลา

อย่าเน้นแก้ทุกคำผิด

แต่ให้เขารู้ว่า

“ยังมีคนฟังอยู่”
😨 7. หวาดระแวง คิดว่าของหาย

เช่น

“มีคนขโมยเงิน”
“มีคนเอาของไป”

มักเกิดจากจำไม่ได้ว่าวางไว้ที่ไหน

🌷 วิธีดูแล

อย่ารีบเถียง

ลองตอบว่า

“เดี๋ยวช่วยหานะ”

แล้วช่วยเปลี่ยนความสนใจ

จัดของสำคัญให้อยู่ที่เดิมเสมอ

🚶 8. เดินไปมา กระสับกระส่าย หรืออยากกลับบ้าน

ผู้ป่วยบางคนอาจเดินวนไปมา

เก็บของเหมือนจะออกเดินทาง

หรือพูดซ้ำ ๆ ว่า

“จะกลับบ้าน”

แม้ว่าจะอยู่ในบ้านของตัวเองแล้วก็ตาม

หลายครั้งคำว่า “บ้าน”

อาจไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง

แต่อาจหมายถึง

ความรู้สึกปลอดภัย
ความคุ้นเคย
หรือช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่เขาจำได้

🌿 วิธีดูแล

หลีกเลี่ยงการตอบทันทีว่า

“นี่ก็บ้านไง”
“จำไม่ได้เหรอ”

เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสับสนมากขึ้น

ลองเริ่มจากเข้าใจความรู้สึก เช่น

“คิดถึงบ้านเหรอ เดี๋ยวนั่งพักด้วยกันก่อนนะ”

สิ่งที่ช่วยได้

  • หากิจกรรมให้ทำ
  • เปิดเพลงที่คุ้นเคย
  • ดูรูปเก่า ๆ
  • พาเดินในบริเวณที่ปลอดภัย
  • ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เครียด
🌼 9. ไม่อยากทำกิจกรรม นั่งเฉย ๆ หรือดูไม่มีแรงจูงใจ

บางครั้งผู้ดูแลอาจรู้สึกว่า

“ทำไมไม่อยากทำอะไรเลย”
“ทำไมต้องบอกทุกอย่าง”

แต่ในผู้ป่วยสมองเสื่อม

อาจเกิดจากสมองส่วนที่เกี่ยวกับการเริ่มต้นกิจกรรมทำงานลดลง

ผู้ป่วยอาจไม่ได้ขี้เกียจ

แต่เริ่มต้นสิ่งต่าง ๆ เองได้ยากขึ้น

🌞 วิธีดูแล

อย่ารอให้ผู้ป่วยเป็นฝ่ายเริ่มเสมอ

ลองช่วยชวน เช่น

“มาช่วยพับผ้าด้วยกันไหม”
“ไปเดินเล่นกันสักหน่อยไหม”

เลือกกิจกรรมที่

  • ง่าย
  • คุ้นเคย
  • ใช้เวลาไม่นาน
  • ทำแล้วรู้สึกสำเร็จ

เป้าหมายไม่ใช่ผลงาน

แต่คือการให้เขายังรู้สึกว่า

“ฉันยังมีส่วนร่วมกับชีวิต”
🚿 10. ปัญหาไม่ยอมอาบน้ำ

หลายครอบครัวหนักใจกับเรื่องนี้มาก

เช่น

“เพิ่งอาบไปแล้ว”
“ไม่เห็นสกปรก”
“ไม่อยากอาบ”

แต่เบื้องหลังอาจเกิดจากหลายอย่าง เช่น

  • จำไม่ได้ว่ายังไม่ได้อาบ
  • ไม่เข้าใจขั้นตอน
  • กลัวลื่น
  • กลัวน้ำ
  • รู้สึกอายเมื่อต้องให้คนช่วย
🌷 วิธีดูแล

หลีกเลี่ยงการบังคับทันที

เปลี่ยนจาก

“ต้องไปอาบน้ำแล้ว”

เป็น

“ไปล้างตัวให้สบายขึ้นกันนะ”

ช่วยโดย

  • ทำเวลาเดิมทุกวัน
  • เตรียมห้องน้ำให้ปลอดภัย
  • ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน
  • ให้ทำเองเท่าที่ทำได้
  • ช่วยเฉพาะส่วนที่จำเป็น

สิ่งสำคัญคือรักษาความรู้สึกมีศักดิ์ศรีของผู้ป่วย

👕 11. ปัญหาการแต่งตัว

ผู้ป่วยบางคนอาจ

  • ใส่เสื้อผ้าซ้ำ
  • เลือกชุดไม่เหมาะสม
  • ใส่ผิดลำดับ
  • ใช้เวลานานมาก

ไม่ได้เกิดจากไม่ใส่ใจ

แต่สมองมีปัญหาเรื่องการวางแผนและเรียงขั้นตอน

🌼 วิธีดูแล
  • ลดจำนวนเสื้อผ้าที่ต้องเลือก
  • เตรียมชุดไว้ล่วงหน้า
  • วางเรียงตามลำดับ
  • เลือกเสื้อผ้าที่ใส่ง่าย
  • ให้เวลามากขึ้น

ถ้าไม่ได้เกิดอันตราย

บางครั้งความมั่นใจของผู้ป่วย

สำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ

🚽 12. ปัญหาการเข้าห้องน้ำและการขับถ่าย

เมื่อโรคมากขึ้น

อาจพบว่า

  • หาห้องน้ำไม่เจอ
  • บอกไม่ทัน
  • ลืมว่าต้องเข้าห้องน้ำ
  • มีอุบัติเหตุเรื่องปัสสาวะหรืออุจจาระ

เรื่องนี้มักกระทบความรู้สึกของผู้ป่วยมาก

💛 วิธีดูแล

หลีกเลี่ยงการตำหนิ

ลองช่วยด้วยวิธี

  • พาเข้าห้องน้ำเป็นเวลา
  • ทำป้ายบอกห้องน้ำชัดเจน
  • เลือกเสื้อผ้าที่ถอดง่าย
  • เปิดไฟตอนกลางคืน
  • ดูแลความสะอาดอย่างอ่อนโยน

เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่สุขอนามัย

แต่คือการรักษาศักดิ์ศรีของผู้ป่วย

🏡 13. ลืมปิดแก๊ส ลืมปิดน้ำ ลืมกดชักโครก หรือทำกิจวัตรไม่ครบ

บางครั้งผู้ป่วยไม่ได้ลืมทั้งหมด

แต่ลืมบางขั้นตอน

สิ่งที่เคยทำอัตโนมัติ

อาจเริ่มขาดบางช่วงไป

เช่น

  • ทำอาหารแล้วลืมปิดแก๊ส
  • เปิดน้ำทิ้งไว้
  • ลืมกดชักโครก
  • ลืมล็อกบ้าน
  • ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วลืมปิด
🛠️ วิธีดูแล

อย่าใช้การเตือนซ้ำอย่างเดียว

แต่ควรปรับสิ่งแวดล้อม เช่น

  • ใช้อุปกรณ์ที่ตัดอัตโนมัติ
  • ติดข้อความเตือน
  • ลดกิจกรรมที่เสี่ยง
  • จัดบ้านให้เป็นระบบ

บางกิจกรรมอาจเปลี่ยนจาก

“ทำคนเดียว”

เป็น

“ทำด้วยกันอย่างปลอดภัย”
🍽️ 14. ไม่ยอมกินยา ไม่ยอมรับความช่วยเหลือ

บางครั้งผู้ป่วยอาจปฏิเสธ เช่น

“ไม่ได้ป่วย”
“ไม่ต้องช่วย”
“ไม่กินยา”

หลายครั้งเกิดจากสมองไม่เข้าใจสถานการณ์เหมือนเดิม

ไม่ใช่ความดื้อ

💛 วิธีดูแล

ลองเปลี่ยนจากการสั่ง

เป็นการชวน

เช่น

แทนที่จะพูดว่า

“ต้องกินยาแล้ว”

ลองเป็น

“ถึงเวลายาที่ช่วยดูแลสุขภาพแล้วนะ”

เทคนิคคือ

  • ใช้น้ำเสียงสงบ
  • ลดการโต้แย้ง
  • ให้ตัวเลือกง่าย ๆ
  • ทำเป็นกิจวัตรเดิม
🩺 15. อาการเปลี่ยนเร็วผิดปกติ ต้องมองหาสาเหตุอื่น

สิ่งสำคัญที่ผู้ดูแลควรรู้คือ

โรคสมองเสื่อมมักเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป

ถ้าวันหนึ่งผู้ป่วย

  • สับสนมากขึ้นทันที
  • ซึมลง
  • พูดน้อยลง
  • เดินแย่ลง
  • พฤติกรรมเปลี่ยนเร็วผิดปกติ

อย่าเพิ่งคิดว่า

“โรคสมองเสื่อมแย่ลงแล้ว”

เสมอไป

เพราะอาจเกิดจากปัญหาอื่น เช่น

  • การติดเชื้อ
  • ผลข้างเคียงของยา
  • การขาดน้ำ
  • ความเจ็บป่วยทางร่างกายอื่น
💡 วิธีดูแล

หากมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วผิดปกติ

ควรหาสาเหตุเพิ่มเติม

เพราะบางอย่างสามารถรักษาหรือแก้ไขได้

ผู้ดูแลที่อยู่ใกล้ชิด

มักเป็นคนสำคัญที่สุดที่สังเกตว่า

“วันนี้เขาไม่เหมือนเดิม”
💡 หมออยากให้จำ

การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม

ไม่ใช่การพยายามแก้ทุกพฤติกรรม

แต่คือการเข้าใจว่า

“สมองของเขากำลังเจอความยากลำบากอะไร”

หลายครั้งเมื่อเราเปลี่ยนคำถามจาก

“ทำไมเขาถึงทำแบบนี้”

เป็น

“เราจะช่วยให้สิ่งนี้ง่ายขึ้นได้อย่างไร”

การดูแลจะเปลี่ยนจากความเหนื่อยและการต่อสู้

เป็นความเข้าใจและการเดินไปด้วยกัน

เพราะแม้ความจำบางส่วนจะเปลี่ยนไป

แต่ความรู้สึก ความรัก และศักดิ์ศรีของผู้ป่วย

ยังเป็นสิ่งที่เราช่วยรักษาไว้ได้เสมอ

(นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ)
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง