บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ พาร์กินสัน ภาวะสั่นไม่ทราบสาเหตุ
2 พาร์กินสัน — อาการสั่นและการเคลื่อนไหว

ภาวะสั่นไม่ทราบสาเหตุ (Essential Tremor)

มือสั่นเวลาหยิบของ...อาจไม่ใช่พาร์กินสัน

อ่านประมาณ 12 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

"คุณหมอครับ...เวลายกแก้วน้ำมือสั่น เขียนหนังสือก็สั่น แต่พอวางมือเฉย ๆ กลับไม่สั่น แบบนี้ผมเป็นพาร์กินสันหรือเปล่าครับ?" นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่หมอได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

ภาวะสั่นไม่ทราบสาเหตุ Essential Tremor

Essential Tremor เป็นสาเหตุของอาการมือสั่นที่พบบ่อยกว่าโรคพาร์กินสันหลายเท่า

หลายคนเมื่อเริ่มมีอาการมือสั่น มักนึกถึงโรคพาร์กินสันเป็นอันดับแรก บางคนถึงกับกังวลจนไม่กล้าค้นหาข้อมูลต่อ เพราะกลัวว่าจะเป็นโรคที่รักษาไม่ได้

💡 ความจริงที่ควรรู้

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการมือสั่น คือ "ภาวะสั่นไม่ทราบสาเหตุ" หรือ Essential Tremor (ET) ซึ่งพบได้บ่อยกว่าพาร์กินสันหลายเท่า

แม้โรคนี้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากปล่อยให้อาการเป็นมากขึ้น ก็อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และความมั่นใจในการเข้าสังคมได้ไม่น้อย

🎉 ข่าวดี!

ปัจจุบันมีทั้งยา การฟื้นฟู และการรักษาขั้นสูงที่ช่วยควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Essential Tremor คืออะไร?

Essential Tremor เป็นโรคของระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการสั่น โดยเชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของวงจรสมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะ สมองน้อย (Cerebellum) และเครือข่ายประสาทที่เชื่อมต่อกับสมองส่วนลึก (Cerebello-thalamo-cortical circuit)

แม้ว่าจะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่เชื่อว่าเกิดจากทั้งพันธุกรรมและความผิดปกติของการทำงานของเซลล์ประสาทร่วมกัน

📊 พบได้บ่อยแค่ไหน?

โรคนี้พบได้ประมาณ 1% ของประชากรทั่วไป และพบได้บ่อยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยในผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี อาจพบได้ถึง 4–5% นับว่าเป็นโรคการเคลื่อนไหวที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่ง

กลไกการเกิดโรค

แม้ว่าปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของ Essential Tremor แต่จากงานวิจัยในปัจจุบัน เชื่อว่าโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของวงจรสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมความแม่นยำของการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะสมองน้อยและเครือข่ายประสาทที่เชื่อมต่อกับสมองส่วนลึกและสมองใหญ่

เมื่อวงจรดังกล่าวทำงานผิดปกติ สมองจะส่งสัญญาณควบคุมการเคลื่อนไหวที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อเป็นจังหวะ จึงเกิดอาการสั่น โดยเฉพาะขณะกำลังเคลื่อนไหวหรือใช้มือทำกิจกรรมต่าง ๆ

งานวิจัยบางส่วนยังพบความผิดปกติของเซลล์ประสาทในสมองน้อย โดยเฉพาะ Purkinje cells ซึ่งอาจมีบทบาทต่อการเกิดโรค อย่างไรก็ตาม กลไกทั้งหมดของโรคยังอยู่ระหว่างการศึกษา

โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่?

คำตอบคือ ได้

🧬 ปัจจัยทางพันธุกรรม

ประมาณ 50–70% ของผู้ป่วย มีสมาชิกในครอบครัวที่มีอาการสั่นลักษณะเดียวกัน จึงเชื่อว่ามีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ Autosomal Dominant

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีประวัติครอบครัว ดังนั้นการไม่มีญาติเป็นโรคนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถเป็น Essential Tremor ได้

อาการเป็นอย่างไร?

ลักษณะเด่นที่สุดของโรค คือ "สั่นเวลาใช้งาน" (Action Tremor)

ผู้ป่วยมักมีอาการสั่นขณะใช้มือทำกิจกรรม เช่น

  • ยกแก้วน้ำ
  • ใช้ช้อนรับประทานอาหาร
  • เขียนหนังสือ
  • ใช้ตะเกียบ
  • แต่งหน้า / โกนหนวด
  • ใช้โทรศัพท์มือถือ
  • หยิบของชิ้นเล็ก

เมื่อพักมือหรือวางมือเฉย ๆ อาการมักลดลงหรือหายไป

นอกจากมือแล้ว ยังอาจพบ

  • ศีรษะสั่น
  • เสียงสั่นเวลาพูด
  • คางสั่น
  • ขาสั่นในบางราย
💡 จุดสังเกต

โดยทั่วไปผู้ป่วยยังเดินได้ตามปกติ ไม่มีตัวแข็ง และไม่มีการเคลื่อนไหวช้าเหมือนโรคพาร์กินสัน

อาการจะค่อย ๆ เป็นมากขึ้นหรือไม่?

Essential Tremor เป็นโรคที่ดำเนินค่อนข้างช้า ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ อาการจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็นระยะเวลาหลายปีหรือหลายสิบปี มากกว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

บางคนมีอาการเพียงเล็กน้อยตลอดชีวิต ขณะที่บางรายอาจค่อย ๆ สั่นมากขึ้นจนเขียนหนังสือไม่ได้ รับประทานอาหารลำบาก หรือส่งผลต่อการทำงาน

อาการมักเป็นมากขึ้นเมื่อเครียด อดนอน เหนื่อยล้า หรือได้รับคาเฟอีนในปริมาณมาก

Essential Tremor ต่างจากพาร์กินสันอย่างไร?

Essential TremorParkinson's disease
สั่นเวลาใช้งานสั่นเวลาพัก
มักสั่นทั้งสองข้างมักเริ่มข้างเดียว
ศีรษะสั่นพบได้ศีรษะสั่นพบได้น้อย
ไม่มีตัวแข็งมักมีตัวแข็ง
เดินปกติเดินช้า ก้าวสั้น
ไม่มีอาการเคลื่อนไหวช้ามักมีการเคลื่อนไหวช้า
⚠️ ข้อควรระวัง

แม้จะมีลักษณะเฉพาะ แต่บางรายอาจมีอาการซับซ้อน การตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัย

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีการตรวจเลือดหรือ MRI ที่สามารถยืนยันโรคนี้ได้โดยตรง การวินิจฉัยอาศัย

  • การซักประวัติอย่างละเอียด
  • การตรวจระบบประสาท
  • การสังเกตลักษณะของอาการสั่น

ในบางรายแพทย์อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • ตรวจเลือดเพื่อแยกโรคไทรอยด์เป็นพิษ
  • ตรวจการทำงานของตับและไต
  • MRI สมอง หากสงสัยโรคของสมองน้อยหรือโรคทางระบบประสาทอื่น

การตรวจเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อแยกโรคอื่นที่ทำให้เกิดอาการสั่น ไม่ใช่เพื่อยืนยัน Essential Tremor โดยตรง

รักษาได้หรือไม่?

🎉 ข่าวดี!

แม้ปัจจุบัน Essential Tremor ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดีด้วยการปรับพฤติกรรม การใช้ยา และในบางรายอาจพิจารณาการรักษาขั้นสูง ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิต ทำงาน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ใกล้เคียงปกติ

1

การปรับพฤติกรรม

ในผู้ที่มีอาการไม่มาก การปรับพฤติกรรมอาจช่วยลดอาการสั่นได้ เช่น

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ลดความเครียด หลีกเลี่ยงการอดนอน
  • ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง
  • ใช้อุปกรณ์ที่มีด้ามจับใหญ่หรือมีน้ำหนักมากขึ้น เพื่อช่วยให้หยิบจับสิ่งของได้มั่นคงขึ้น
  • วางข้อศอกบนโต๊ะขณะรับประทานอาหารหรือเขียนหนังสือ เพื่อลดการสั่น

หากอาการยังไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยหลายรายสามารถติดตามอาการโดยยังไม่จำเป็นต้องเริ่มยา

2

การรักษาด้วยยา

เมื่ออาการเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เขียนหนังสือไม่ได้ รับประทานอาหารลำบาก ทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือสูญเสียความมั่นใจในการเข้าสังคม แพทย์อาจพิจารณาเริ่มยา

⭐ ยาหลัก (First-line therapy)

Propranolol — เป็นยาที่มีหลักฐานสนับสนุนมากที่สุด และเป็นยาที่ใช้บ่อยที่สุด ลดอาการสั่นได้ในผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยที่มีโรคหอบหืด หัวใจเต้นช้าบางชนิด หรือความดันโลหิตต่ำ

Primidone — ให้ผลดีใกล้เคียงกับ Propranolol อาจใช้แทนกันหรือร่วมกัน ควรเริ่มจากขนาดต่ำเนื่องจากช่วงแรกอาจมีอาการง่วง เวียนศีรษะ หรือคลื่นไส้ได้

💊 ยาทางเลือก (Second-line therapy)

หากยาหลักไม่ได้ผลหรือมีข้อห้ามใช้ แพทย์อาจเลือก Topiramate หรือ Gabapentin แม้หลักฐานสนับสนุนจะน้อยกว่ายาหลัก

Clonazepam อาจใช้ในผู้ที่มีอาการสั่นร่วมกับความวิตกกังวลหรือสั่นเฉพาะบางสถานการณ์ แต่ไม่ใช่ยาหลัก เนื่องจากอาจทำให้ง่วงนอน เดินเซ ความจำลดลง เสี่ยงหกล้มในผู้สูงอายุ และเสี่ยงต่อการพึ่งพายาหากใช้ต่อเนื่อง

การรักษาด้วยยาไม่ใช่การทำให้อาการหายขาด แต่มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น โดยแพทย์จะเลือกยาให้เหมาะกับอายุ โรคร่วม อาชีพ และความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย

3

การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum toxin)

ผู้ป่วยที่มีอาการสั่นเฉพาะตำแหน่ง เช่น ศีรษะสั่น เสียงสั่น มือสั่นบางลักษณะ อาจได้รับการรักษาด้วยการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน ซึ่งช่วยลดการสั่นได้ในผู้ป่วยที่คัดเลือกอย่างเหมาะสม แต่ผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน และต้องฉีดซ้ำเป็นระยะ

4

การรักษาขั้นสูง

หากรักษาด้วยยาเต็มที่แล้วอาการยังรุนแรง จนรบกวนคุณภาพชีวิตอย่างมาก อาจพิจารณาการรักษาขั้นสูง เช่น

  • Deep Brain Stimulation (DBS) — ผ่าตัดฝังขั้วไฟฟ้าเข้าไปกระตุ้นสมองส่วนลึกบริเวณ Ventral Intermediate Nucleus (VIM) ของ Thalamus เพื่อลดอาการสั่น เป็นวิธีที่ใช้กันมานานและมีประสิทธิภาพสูง
  • MRI-guided Focused Ultrasound (MRgFUS) — เทคโนโลยีใหม่ที่ใช้คลื่นเสียงความเข้มสูงร่วมกับ MRI รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลก
  • Radiofrequency Thalamotomy — อีกทางเลือกในผู้ป่วยที่คัดเลือกอย่างเหมาะสม

ต้องกินยาตลอดชีวิตหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่จำเป็นเสมอไป

ผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงเล็กน้อย หรือมีอาการเฉพาะเวลาทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น พูดต่อหน้าคนจำนวนมาก ออกงานสำคัญ หรือแข่งขันกีฬา แพทย์อาจพิจารณาให้ยารับประทานเฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็น

แต่หากอาการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การรับประทานยาอย่างต่อเนื่องอาจช่วยควบคุมอาการได้ดีกว่า การเริ่มยา การปรับยา หรือการหยุดยา ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ควรหยุดยาเอง

พยากรณ์โรคเป็นอย่างไร?

🎉 ข่าวดี!

Essential Tremor ไม่ใช่โรคที่ทำให้อายุสั้นลง และไม่ได้ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อม

โดยทั่วไปโรคจะดำเนินไปอย่างช้า ๆ อาการมักค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็นระยะเวลาหลายปีหรือหลายสิบปี ความรุนแรงของอาการสั่นอาจเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2–5% ต่อปี แต่แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย

บางคนแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลานาน ขณะที่บางรายอาจค่อย ๆ สั่นมากขึ้นจนเริ่มมีผลต่อการเขียนหนังสือ รับประทานอาหาร หรือการทำงานเมื่อผ่านไป 10–20 ปี

❓ คำถามที่พบบ่อย

แม้จะมีงานวิจัยบางส่วนพบว่า ผู้ป่วย Essential Tremor อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสันมากกว่าประชากรทั่วไปเล็กน้อย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่พัฒนาไปเป็นโรคพาร์กินสัน

หากได้รับการรักษาและติดตามอาการอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และดูแลตัวเองได้อย่างมีคุณภาพอีกหลายสิบปี

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

ควรปรึกษาแพทย์หาก

  • มือสั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • เขียนหนังสือหรือรับประทานอาหารลำบาก
  • อาการรบกวนการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
  • เริ่มมีอาการเดินผิดปกติ ตัวแข็ง หรือเคลื่อนไหวช้า
  • ไม่แน่ใจว่าเป็น Essential Tremor หรือโรคพาร์กินสัน

Clinical Pearl จากประสบการณ์ในห้องตรวจ

💬 จากใจหมอ

สิ่งที่หมอพบอยู่เสมอคือ ผู้ป่วยจำนวนมากกังวลกับคำว่า "มือสั่น" มากกว่าตัวโรคเสียอีก หลายคนค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตแล้วเชื่อว่าตนเองเป็นโรคพาร์กินสันทันที ทั้งที่ความจริงแล้ว สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดกลับเป็น Essential Tremor

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากคือ การรักษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามือสั่นมากแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่ามันรบกวนชีวิตมากแค่ไหน ผู้ป่วยบางรายมือสั่นชัดเจน แต่ยังทำงาน รับประทานอาหาร และเขียนหนังสือได้ตามปกติ การเริ่มยาทันทีอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เพราะยาทุกชนิดมีทั้งประโยชน์และผลข้างเคียงที่ต้องชั่งน้ำหนักร่วมกัน

ในทางกลับกัน ผู้ป่วยบางรายมีอาการสั่นเพียงเล็กน้อย แต่เป็นศัลยแพทย์ ทันตแพทย์ ช่างฝีมือ นักดนตรี หรือทำงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง แม้อาการสั่นจะไม่มาก ก็อาจส่งผลต่อการประกอบอาชีพอย่างชัดเจน จึงควรได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก

การรักษาที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การให้ยาทุกคนเหมือนกัน แต่คือการเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับอาการ อาชีพ คุณภาพชีวิต และความต้องการของผู้ป่วยแต่ละคน

📋 สิ่งสำคัญที่อยากฝากไว้

  • อาการมือสั่นไม่ใช่เรื่องปกติของวัยเสมอไป และก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคพาร์กินสันทุกราย
  • หากคุณหรือคนในครอบครัวเริ่มมีอาการมือสั่น อย่าเพิ่งวิตกกังวลหรือวินิจฉัยตัวเองจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ต การพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง
  • แม้ Essential Tremor จะเป็นโรคเรื้อรัง แต่ด้วยการดูแลที่ถูกต้อง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และทำกิจกรรมที่รักได้อย่างมีคุณภาพไปอีกหลายปี
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง

คลังความรู้โรคสมอง

www.dradisak.com