บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ พาร์กินสัน มือสั่น เป็นโรคอะไร?
1 พาร์กินสัน — อาการสั่นและการเคลื่อนไหว

มือสั่น เป็นโรคอะไร? ใช่พาร์กินสันหรือไม่

"คุณหมอครับ...มือผมสั่น แบบนี้ผมเป็นพาร์กินสันหรือเปล่าครับ?"

อ่านประมาณ 9 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่หมอได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจ หลายคนเมื่อสังเกตว่ามือตัวเองเริ่มสั่น ก็มักนึกถึงโรคพาร์กินสันเป็นอันดับแรก บางคนถึงกับกังวลจนเครียด นอนไม่หลับ เพราะกลัวว่าจะเป็นโรคที่รักษาไม่ได้

มือสั่น เป็นโรคอะไร ใช่พาร์กินสันหรือไม่

อาการมือสั่นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคพาร์กินสันเสมอไป

แต่ความจริงแล้ว อาการมือสั่นเกิดได้จากหลายสาเหตุ และไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคพาร์กินสันเสมอไป

💡 ความเข้าใจที่ถูกต้อง

การเข้าใจลักษณะของอาการสั่น จะช่วยให้เราสังเกตตัวเองได้ถูกต้อง และรู้ว่าเมื่อไรควรรีบพบแพทย์

มือสั่น เกิดได้จากอะไร?

อาการสั่น (Tremor) เป็นความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่พบได้บ่อย สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • อาการสั่นไม่ทราบสาเหตุ (Essential Tremor)
  • โรคพาร์กินสัน (Parkinson's disease)
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
  • ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
  • ความผิดปกติของสมองน้อย (Cerebellar disease)
  • ภาวะติดสุราหรือการถอนสุรา
  • กล้ามเนื้อบิดเกร็ง (Dystonia)
  • ความเครียด วิตกกังวล หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • คาเฟอีนหรือเครื่องดื่มชูกำลังในปริมาณมาก

จะเห็นได้ว่า โรคพาร์กินสันเป็นเพียงหนึ่งในหลายสาเหตุของอาการมือสั่นเท่านั้น

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ Essential Tremor

หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้ แต่ในความเป็นจริง Essential Tremor เป็นสาเหตุของมือสั่นที่พบได้บ่อยกว่าพาร์กินสัน

ลักษณะเด่นคือ

  • มือสั่นเวลาหยิบจับสิ่งของ
  • สั่นเวลายกแก้วน้ำ
  • สั่นเวลาใช้ช้อนรับประทานอาหาร
  • สั่นเวลาเขียนหนังสือ
  • บางรายสั่นที่ศีรษะหรือเสียงสั่นร่วมด้วย
  • มักมีประวัติคนในครอบครัวเป็นลักษณะเดียวกัน
🎉 ข่าวดี!

ผู้ป่วยจำนวนมากยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากอาการรบกวนชีวิตประจำวันก็สามารถรักษาได้ด้วยยา หรือในบางรายอาจใช้การผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation; DBS)

แล้วพาร์กินสันต่างอย่างไร?

โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมองที่สร้างสารโดปามีน ส่งผลให้การควบคุมการเคลื่อนไหวผิดปกติ

อาการสำคัญ ได้แก่

1

มือสั่นเวลาพัก (Resting Tremor)

เป็นลักษณะที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้ป่วยมักสั่นขณะวางมือเฉย ๆ แต่เมื่อหยิบจับของหรือเริ่มใช้งานมือ อาการสั่นกลับลดลง

2

เคลื่อนไหวช้าลง

  • ติดกระดุมช้าลง
  • ลุกจากเก้าอี้ช้า
  • เดินช้าลง
  • พลิกตัวบนเตียงลำบาก
3

กล้ามเนื้อแข็ง

รู้สึกแขนขาตึง เคลื่อนไหวไม่คล่อง หรือปวดเมื่อยผิดปกติ

4

การเดินเปลี่ยนไป

  • เดินก้าวสั้น
  • ตัวโน้มไปข้างหน้า
  • แขนแกว่งน้อยลง
  • หยุดเดินหรือเลี้ยวลำบาก
  • หกล้มง่ายในระยะหลัง
5

อาการอื่น ๆ

นอกจากการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยอาจมี

  • ท้องผูก
  • การได้กลิ่นลดลง
  • นอนละเมอหรือขยับตัวขณะฝัน
  • ซึมเศร้า
  • เสียงพูดเบา
  • สีหน้าเรียบ ไม่ค่อยแสดงอารมณ์
  • ลายมือเล็กลงเรื่อย ๆ

อาการเหล่านี้อาจเกิดก่อนมือสั่นหลายปี

จุดสังเกตง่าย ๆ ระหว่าง Essential Tremor และพาร์กินสัน

Essential TremorParkinson's disease
สั่นเวลาใช้งานมือสั่นเวลาพัก
หยิบแก้วน้ำแล้วสั่นวางมือเฉย ๆ แล้วสั่น
มักสั่นทั้งสองข้างมักเริ่มข้างเดียว
พบศีรษะสั่นได้แทบไม่พบศีรษะสั่น
การเดินปกติเดินช้า ก้าวสั้น แขนแกว่งน้อย
⚠️ ข้อควรระวัง

แม้ตารางนี้จะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ด้วยตนเอง เพราะผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีลักษณะไม่เหมือนกัน

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่สุดคือ

  • การซักประวัติอย่างละเอียด
  • การตรวจระบบประสาท
  • การสังเกตลักษณะของอาการสั่น

ในบางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • ตรวจเลือด
  • MRI สมอง
  • DAT Scan ในผู้ป่วยที่วินิจฉัยได้ยาก
  • การตรวจอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์

พาร์กินสันรักษาได้ไหม?

💡 แม้ยังรักษาไม่หายขาด แต่ควบคุมอาการได้ดี

แม้โรคพาร์กินสันจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ปัจจุบันมีการรักษาที่ช่วยควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ได้แก่

  • ยาเพิ่มสารโดปามีน
  • ยากลุ่ม Dopamine agonists
  • MAO-B inhibitors
  • COMT inhibitors
  • ยาฉีดหรือปั๊มยาต่อเนื่องในผู้ป่วยบางราย
  • การผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation; DBS)

นอกจากนี้ การออกกำลังกายและกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ มีบทบาทสำคัญไม่แพ้การใช้ยา

เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์?

ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้

  • มือสั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • เริ่มสั่นแม้ขณะพัก
  • เคลื่อนไหวช้าลง
  • เดินผิดปกติหรือหกล้ม
  • แขนขาแข็ง
  • ลายมือเล็กลง
  • อาการสั่นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

📋 อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่ามือสั่นคือพาร์กินสัน

  • "มือสั่น" เป็นเพียงอาการ ไม่ใช่ชื่อโรค อาการเดียวกันอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะที่ไม่รุนแรงไปจนถึงโรคทางระบบประสาทที่ต้องได้รับการรักษา
  • การรีบหาสาเหตุที่แท้จริงตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ลดความกังวล
  • และช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง

คลังความรู้โรคสมอง

www.dradisak.com