บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
8 บทที่ 7 · คู่มือโรคหลอดเลือดสมอง

ครอบครัวจะดูแลผู้ป่วยอย่างไร?

การช่วยเหลือที่ถูกต้อง การจัดบ้าน การป้องกันภาวะแทรกซ้อน และภาวะผู้ดูแลเหนื่อยล้า

อ่านประมาณ 10 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

"หมอครับ...ผมกลัวดูแลพ่อไม่ดี กลัวทำอะไรผิด"

นี่เป็นประโยคที่ญาติของผู้ป่วยพูดกับผมบ่อยพอ ๆ กับคำถามเรื่องการรักษา หลังจากผู้ป่วยพ้นระยะวิกฤต หลายครอบครัวกลับรู้สึกว่าหน้าที่ที่หนักที่สุดเพิ่งเริ่มต้น จากคนที่เคยแข็งแรงและช่วยเหลือตัวเองได้ วันนี้อาจต้องมีคนช่วยพยุงเดิน ช่วยอาบน้ำ ช่วยแต่งตัว หรือคอยเตือนเรื่องการรับประทานยา

ไม่มีใครเกิดมาเป็นผู้ดูแลที่สมบูรณ์แบบ คนส่วนใหญ่ต่างค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกับผู้ป่วย

ครอบครัวดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองด้วยความเข้าใจ

ไม่มีใครเกิดมาเป็นผู้ดูแลที่สมบูรณ์แบบ ทุกคนค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกับผู้ป่วย

ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างแทนผู้ป่วย

สิ่งสำคัญที่สุด คือ ครอบครัวไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างแทนผู้ป่วย หลายครั้ง ด้วยความรักและความเป็นห่วง เรามักรีบช่วยผู้ป่วยในทุกเรื่อง หยิบของให้ แต่งตัวให้ ป้อนอาหารให้ เดินไปไหนก็ประคองตลอดเวลา แม้สิ่งเหล่านี้จะเกิดจากความหวังดี แต่บางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียโอกาสในการฝึกช่วยเหลือตัวเอง

การดูแลที่ดีที่สุด ไม่ใช่การทำทุกอย่างแทนผู้ป่วย แต่คือการช่วยในสิ่งที่ผู้ป่วยยังทำไม่ได้ และเปิดโอกาสให้เขาทำในสิ่งที่ยังทำได้ด้วยตัวเอง

ในช่วงแรก การทำอะไรด้วยตัวเองอาจใช้เวลานานกว่าปกติ การติดกระดุมเสื้อหนึ่งเม็ดอาจใช้เวลาหลายนาที การเดินไปห้องน้ำอาจต้องหยุดพักหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ผู้ป่วยได้ลงมือทำด้วยตัวเอง สมองก็ได้รับการกระตุ้นให้สร้างการเชื่อมต่อใหม่ แม้จะทำได้ไม่สมบูรณ์ในช่วงแรก แต่การฝึกซ้ำ ๆ จะช่วยให้ร่างกายและสมองค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้น

จัดบ้านให้ปลอดภัย ไม่ต้องใช้งบมาก

บางครั้งอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด ไม่ใช่โรค แต่เป็นพื้นบ้านที่ลื่น ห้องน้ำที่ไม่มีราวจับ หรือสิ่งของที่วางเกะกะจนเสี่ยงต่อการหกล้ม การจัดบ้านให้ปลอดภัยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมาก

จัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ติดราวจับ เก็บสายไฟ

การจัดบ้านให้ปลอดภัยช่วยลดความเสี่ยงของการหกล้มได้มาก

  • เก็บสายไฟหรือพรมที่อาจสะดุดได้
  • เพิ่มแสงสว่างในบริเวณที่ผู้ป่วยเดินบ่อย
  • ติดราวจับในห้องน้ำ
  • เลือกเก้าอี้ที่ลุกนั่งได้ง่าย

ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย

1

การหกล้ม

ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังมีอาการอ่อนแรง การทรงตัวไม่ดี หรือมองเห็นได้ไม่เต็มที่ หากรีบลุกเดินเองโดยไม่มีคนดูแล อาจเกิดการหกล้มจนกระดูกหักหรือได้รับบาดเจ็บซ้ำได้ ในช่วงแรก ควรให้ผู้ป่วยลุก เดิน หรือขึ้นลงบันไดภายใต้คำแนะนำของทีมฟื้นฟูหรือผู้ดูแล

2

การสำลักจากปัญหาการกลืน

ผู้ป่วยบางรายมีปัญหาเรื่องการกลืน ทำให้เสี่ยงต่อการสำลักอาหารหรือน้ำเข้าสู่ปอด หากผู้ป่วยไอทุกครั้งที่ดื่มน้ำ รับประทานอาหารแล้วมีอาการสำลัก หรือมีเสียงพูดเปลี่ยนหลังกลืนอาหาร ควรแจ้งแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการกลืน เพราะอาจนำไปสู่ปอดอักเสบจากการสำลักได้ การจัดท่านั่งให้ตรงระหว่างรับประทานอาหาร รับประทานช้า ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

3

แผลกดทับ

สำหรับผู้ป่วยที่ยังเคลื่อนไหวได้น้อย การเปลี่ยนท่าทางเป็นระยะและการดูแลผิวหนังให้สะอาดและแห้ง จะช่วยลดโอกาสเกิดแผลกดทับได้ หากพบรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง มีแผล หรือมีผิวหนังถลอกบริเวณปุ่มกระดูก ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล ไม่ควรรอจนแผลลุกลาม

4

การดูแลเรื่องยา

ผู้ป่วยบางคนต้องรับประทานยาหลายชนิดในแต่ละวัน การจัดยาไว้เป็นชุด ใช้กล่องแบ่งยา หรือตั้งการแจ้งเตือนในโทรศัพท์ ช่วยลดโอกาสการลืมหรือรับประทานยาซ้ำได้ และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยา ไม่ควรหยุดยาเองหรือปรับยาด้วยตนเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

ดูแลใจผู้ป่วย — และดูแลใจผู้ดูแลด้วย

อีกเรื่องหนึ่งที่ครอบครัวมักกังวล คือผู้ป่วยจะรู้สึกท้อแท้หรือซึมเศร้าหลังเกิดโรค ความรู้สึกเช่นนี้พบได้บ่อย และไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยอ่อนแอ สิ่งที่ครอบครัวทำได้ ไม่ใช่การบอกว่า "อย่าคิดมาก" แต่คือการรับฟัง ให้กำลังใจ และอยู่เคียงข้างในวันที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าตัวเองยังทำอะไรไม่ได้

บางครั้ง กำลังใจที่ดีที่สุด ไม่ใช่คำพูด แต่คือการไม่เดินจากไปในวันที่เขาต้องการเรามากที่สุด

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมพบว่าผู้ดูแลหลายคนทุ่มเทให้กับผู้ป่วย จนลืมดูแลตัวเอง บางคนพักผ่อนไม่เพียงพอ บางคนไม่มีเวลาออกไปพบเพื่อน บางคนรู้สึกผิดทุกครั้งที่อยากมีเวลาส่วนตัว

ภาวะผู้ดูแลเหนื่อยล้า Caregiver Burnout ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

การมีเวลาพัก ไม่ได้หมายถึงการทอดทิ้งผู้ป่วย แต่เป็นการเติมพลังให้ตัวเอง

💛 ภาวะผู้ดูแลเหนื่อยล้า (Caregiver Burnout)

ผู้ดูแลอาจรู้สึกเหนื่อย หมดกำลังใจ หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังรับภาระเพียงลำพัง ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นผู้ดูแลที่ไม่ดี แต่เป็นสัญญาณว่าคุณเองก็ต้องการการพักผ่อนและการดูแลเช่นกัน

อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากสมาชิกคนอื่นในครอบครัว ญาติ หรือเพื่อน เพื่อแบ่งเบาภาระเป็นครั้งคราว

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการมากที่สุด อาจไม่ใช่การดูแลที่สมบูรณ์แบบ แต่คือการได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางครอบครัวที่เข้าใจ ให้โอกาส และพร้อมเดินไปด้วยกัน

💡 สิ่งที่หมออยากให้จำ

  • ช่วยในสิ่งที่ผู้ป่วยทำไม่ได้ และเปิดโอกาสให้เขาทำในสิ่งที่ยังทำได้ — การฝึกด้วยตัวเองกระตุ้นสมอง
  • จัดบ้านให้ปลอดภัยเพื่อป้องกันการหกล้ม และเฝ้าระวังการสำลัก แผลกดทับ และเรื่องยา
  • ดูแลใจผู้ป่วย รับฟังมากกว่าบอกให้ "อย่าคิดมาก"
  • ผู้ดูแลต้องดูแลตัวเองด้วย — ภาวะ Caregiver Burnout เป็นเรื่องจริงและขอความช่วยเหลือได้
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง