"หมอครับ...เมื่อกี้ผมยังยกแก้วน้ำได้อยู่เลย ทำไมตอนนี้แขนถึงยกไม่ขึ้น?"
คำถามนี้เป็นหนึ่งในคำถามที่ผมได้ยินบ่อยที่สุด
หลายคนจำวันที่เกิดอาการได้อย่างชัดเจน เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเสียจนแทบไม่มีเวลาให้ตั้งตัว เมื่อครู่ยังพูดคุยกับคนในครอบครัวได้ตามปกติ ยังเดินได้ ยังหัวเราะได้ แต่เพียงไม่กี่นาทีต่อมา แขนกลับไม่มีแรง พูดไม่ชัด หรือใบหน้าซีกหนึ่งเริ่มเบี้ยว
สำหรับผู้ป่วยและครอบครัว ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
อาการของโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จากคนที่ยังปกติดีในไม่กี่นาทีก่อนหน้า
แต่สำหรับสมอง มันคือช่วงเวลาที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ
สมองของเรา เหมือนเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับ
ลองนึกภาพว่าสมองของเราเป็นเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหล มีเซลล์สมองนับพันล้านเซลล์ทำงานพร้อมกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง บางเซลล์ช่วยให้เราขยับแขนและขา บางเซลล์ช่วยให้เราพูด บางเซลล์ช่วยให้เราจำชื่อคนที่รัก หรือเก็บความทรงจำในวันที่มีความสุข
สิ่งที่ทำให้เมืองแห่งนี้ทำงานได้ คือเลือด
เลือดทำหน้าที่นำออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์สมองทุกวินาที หากการไหลเวียนของเลือดเป็นปกติ สมองก็ทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น
แต่หากวันหนึ่งเลือดเดินทางไปไม่ถึงสมอง ไม่ว่าจะเพราะหลอดเลือดถูกลิ่มเลือดอุดตัน หรือเพราะหลอดเลือดแตก เซลล์สมองบริเวณนั้นจะเริ่มขาดออกซิเจนทันที
ในช่วงแรก เซลล์สมองบางส่วนยังพอทนต่อการขาดเลือดได้ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ความเสียหายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เซลล์สมองที่เสียหายจะไม่สามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม ภาวะนี้เองที่เราเรียกว่า โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองมี 2 ชนิดหลัก
หลอดเลือดสมองอุดตัน (พบบ่อยที่สุด)
ลิ่มเลือดหรือคราบไขมันไปปิดกั้นทางเดินของเลือด ทำให้สมองส่วนที่อยู่ปลายทางขาดเลือด เปรียบเหมือนถนนสายหลักถูกปิด รถที่บรรทุกออกซิเจนและสารอาหารไม่สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายได้
หลอดเลือดสมองอุดตัน — ลิ่มเลือดหรือคราบไขมันปิดกั้นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
หลอดเลือดสมองแตก
เลือดรั่วออกจากหลอดเลือดเข้าสู่เนื้อสมอง กดเบียดเซลล์สมองและรบกวนการทำงานของสมอง แม้อาการภายนอกอาจคล้ายกับหลอดเลือดอุดตัน แต่แนวทางการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จึงต้องรีบตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองหรือการตรวจอื่นที่เหมาะสม เพื่อให้ทราบว่าเป็นโรคชนิดใด เพราะ การรักษาที่ถูกต้อง เริ่มต้นจากการวินิจฉัยที่ถูกต้องเสมอ
"Time is Brain" — เวลา คือ สมอง
ตลอดหลายปีที่ผมดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเสียดายที่สุด ไม่ใช่การเห็นโรคที่รุนแรงที่สุด แต่คือการเห็นผู้ป่วยที่ยังมีโอกาสรักษาได้ กลับมาถึงโรงพยาบาลช้าเกินไป เพราะคิดว่าอาการคงหายเอง หรือรอดูอาการอีกสักพัก
ในความเป็นจริง สมองไม่สามารถรอได้ แพทย์ทั่วโลกจึงมีประโยคที่ใช้เตือนกันอยู่เสมอว่า
ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องรีบเพียงเพราะความเร่งด่วนของโรงพยาบาล แต่หมายความว่า ทุกนาทีที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้ เซลล์สมองจำนวนมากกำลังสูญเสียหน้าที่ของมัน และโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมก็ค่อย ๆ ลดลงตามเวลา
ข่าวดีคือ ปัจจุบันโรคหลอดเลือดสมองรักษาได้ และผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ หากได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและเหมาะสม
การมาถึงโรงพยาบาลเร็ว คือกุญแจสำคัญที่ช่วยรักษาเซลล์สมองที่ยังเหลืออยู่
หนังสือเล่มนี้จะค่อย ๆ พาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่การสังเกตอาการ การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้โรคเกิดขึ้นซ้ำ แต่สิ่งที่ผมอยากให้คุณจำจากบทแรกนี้มีเพียงเรื่องเดียว
💡 สิ่งที่หมออยากให้จำ
- โรคหลอดเลือดสมองเกิดเมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้ ทั้งจากหลอดเลือด "อุดตัน" และหลอดเลือด "แตก" ซึ่งรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง
- ทุกนาทีที่สมองขาดเลือด เซลล์สมองกำลังสูญเสียหน้าที่ไปเรื่อย ๆ — เวลา คือ สมอง
- การรักษาที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นเมื่อมาถึงโรงพยาบาล แต่เริ่มตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจออกจากบ้าน