บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
6 บทที่ 5 · คู่มือโรคหลอดเลือดสมอง

ผมจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองซ้ำอีกหรือไม่?

การค้นหาสาเหตุ ยา การควบคุมปัจจัยเสี่ยง และการป้องกันการเกิดซ้ำ

อ่านประมาณ 10 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

"หมอครับ...ครั้งนี้ผมรอดแล้ว แล้วผมจะเป็นอีกไหม?"

นี่เป็นคำถามที่ผมได้ยินบ่อยมากก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน คำตอบคือ มีโอกาสเป็นซ้ำได้ แต่ข่าวดีก็คือ โรคหลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในโรคที่เราสามารถลดโอกาสการเกิดซ้ำได้ หากรู้สาเหตุของโรคและได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

หลายคนคิดว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริง โรคนี้อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นประมาณ 1 คนในทุก ๆ 3 นาที นั่นหมายความว่าในขณะที่คุณกำลังอ่านหนังสือเล่มนี้ อาจมีใครบางคนกำลังเริ่มต้นการต่อสู้กับโรคเดียวกันอยู่

โรคนี้พบได้บ่อยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เพราะหลอดเลือดของเราก็เสื่อมไปตามวัย แม้ไม่มีใครหยุดอายุที่เพิ่มขึ้นได้ แต่เราสามารถลดปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำได้ และในปัจจุบันเราพบผู้ป่วยอายุน้อยมากขึ้นกว่าที่เคย ไม่ว่าจะจากโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ดังนั้นอย่าคิดว่าการอายุน้อยเป็นเกราะป้องกันโรค

การรักษาไม่จบในวันที่ออกจากโรงพยาบาล

หลายคนเข้าใจว่าเมื่ออาการดีขึ้น เดินได้ พูดได้ หรือกลับบ้านได้แล้ว โรคก็น่าจะหายขาด ความจริงแล้ว การรักษาโรคหลอดเลือดสมองไม่ได้จบลงในวันที่ออกจากโรงพยาบาล แต่เพิ่งเริ่มต้น

สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากนั้น คือการค้นหาว่าเหตุใดโรคจึงเกิดขึ้น เพราะหากเราไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง การป้องกันไม่ให้โรคกลับมาอีกก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

สาเหตุของโรคมีได้หลายอย่าง บางคนเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบจากไขมันสะสม บางคนเกิดจากลิ่มเลือดที่หลุดมาจากหัวใจ บางคนมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ขณะที่อีกหลายคนมีความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือสูบบุหรี่เป็นเวลานาน แม้ผู้ป่วยสองคนจะมีอาการเหมือนกัน แต่สาเหตุอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และเมื่อสาเหตุแตกต่างกัน การรักษาเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำก็ย่อมแตกต่างกันด้วย

นี่คือเหตุผลที่แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiography) การตรวจหลอดเลือด หรือการตรวจเลือดเพิ่มเติม การตรวจเหล่านี้ไม่ได้ทำเพราะโรคกำลังแย่ลง แต่ทำเพื่อค้นหาต้นเหตุของโรค

ทำไมต้องกินยาต่อ ทั้งที่หายดีแล้ว?

หลายครั้งผู้ป่วยถามผมว่า "หมอครับ ตอนนี้ผมหายดีแล้ว ยังจำเป็นต้องกินยาต่อหรือไม่?" คำตอบคือ ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ยาที่แพทย์ให้กลับบ้านมีความสำคัญอย่างมาก เพราะไม่ได้ให้เพื่อรักษาโรคที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่ให้เพื่อป้องกันไม่ให้โรคเกิดขึ้นอีก

💊 ยาที่มักได้รับเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

ยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelet) — ช่วยลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือด

ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) — สำหรับผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีหน้าที่ต่างจากยาต้านเกล็ดเลือด และใช้แทนกันไม่ได้

ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน (Statins) — ช่วยให้คราบไขมันในหลอดเลือดเสถียรขึ้น แม้ระดับไขมันจะไม่ได้สูงมาก

ยาลดความดัน / ยาเบาหวาน — ควบคุมปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำลายหลอดเลือดอย่างต่อเนื่อง

หลายคนกังวลว่าการกินยาต่อเนื่องนาน ๆ จะทำให้ดื้อยา หรือทำให้ไตและตับเสื่อม ในความเป็นจริง ยาแต่ละชนิดมีทั้งประโยชน์และผลข้างเคียง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาอย่างรอบคอบและติดตามผลเป็นระยะ การหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ กลับเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเกิดโรคซ้ำ ทั้งที่ป้องกันได้

ยาแต่ละเม็ดที่คุณรับประทานในวันนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาโรคเมื่อวาน แต่มีไว้เพื่อปกป้องสมองของคุณในวันพรุ่งนี้

7 วิธีลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ

นอกจากยาแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็สำคัญไม่แพ้กัน แม้ยาจะช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันได้

7 วิธีลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ ควบคุมความดัน เบาหวาน ไขมัน งดบุหรี่

7 วิธีลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ

  • รับประทานยาสม่ำเสมอ
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ควบคุมเบาหวาน
  • ควบคุมไขมันในเลือด
  • งดสูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • พบแพทย์ตามนัด

หลายคนถามว่า "หมอครับ ผมต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมดเลยหรือเปล่า?" คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างในวันเดียว การเปลี่ยนแปลงทีละเล็กทีละน้อยแต่ทำได้อย่างต่อเนื่อง มักให้ผลดีกว่าการตั้งเป้าหมายที่ยากเกินไปแล้วทำได้เพียงช่วงสั้น ๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การกินยา คือการมาตรวจตามนัด แพทย์จะประเมินการฟื้นตัว ตรวจติดตามผลข้างเคียงของยา ปรับการรักษาเมื่อจำเป็น และประเมินว่าปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้รับการควบคุมดีเพียงพอหรือไม่

ครอบครัว คือคนที่ช่วยป้องกันได้ดีที่สุด

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ป่วยเพียงคนเดียว ครอบครัวก็มีบทบาทสำคัญ การช่วยเตือนเรื่องการกินยา พาผู้ป่วยมาตรวจตามนัด ช่วยจัดอาหารที่เหมาะสม ชวนออกกำลังกาย หรือเพียงแค่ให้กำลังใจ ล้วนช่วยให้ผู้ป่วยดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง

ครอบครัวช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ พาผู้ป่วยออกกำลังกาย

"การดูแลที่ดีที่สุด คือการไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยเดินเพียงลำพัง"

ในหลายครอบครัว ผมพบว่าคนที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองซ้ำได้ดีที่สุด ไม่ใช่แพทย์ แต่คือคนในบ้านที่คอยดูแลกันทุกวัน

หากอาการเดิมกลับมา — อย่ารอดูอาการ

แม้เราจะพยายามป้องกันอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังควรเฝ้าระวังอาการผิดปกติอยู่เสมอ หากผู้ป่วยมีอาการแขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด พูดไม่ออก มองเห็นผิดปกติ หรือมีอาการคล้ายครั้งแรกอีกครั้ง แม้อาการจะหายไปเองในเวลาไม่นาน ก็ไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

หากสงสัยว่าโรคหลอดเลือดสมองกลับมาเป็นซ้ำ อย่ารอดูอาการ

"อาการเดิมกลับมาเมื่อไร รีบไปโรงพยาบาลทันที"

อย่าคิดว่า "ครั้งที่แล้วก็หายเอง เดี๋ยวครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน" เพราะทุกครั้งที่สมองขาดเลือด เซลล์สมองจำนวนมากอาจกำลังเสียหาย และโอกาสในการรักษาที่ดีที่สุดก็ยังคงขึ้นอยู่กับเวลาเช่นเดิม

💡 สิ่งที่หมออยากให้จำ

  • โรคหลอดเลือดสมองมีโอกาสเป็นซ้ำ แต่เราลดความเสี่ยงได้มากหากรู้สาเหตุและรักษาต่อเนื่อง
  • ยาที่ให้กลับบ้านมีไว้ "ป้องกัน" ไม่ใช่รักษาโรคเก่า — อย่าหยุดยาเองเด็ดขาด
  • ควบคุมปัจจัยเสี่ยง 7 ข้อ + มาตรวจตามนัด + ครอบครัวช่วยดูแล คือกุญแจสำคัญ
  • หากอาการเดิมกลับมา แม้หายเอง ก็ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง