บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
2 ปวดศีรษะ

ปวดหัวทุกวัน...แน่ใจหรือว่าเป็นไมเกรน?

เมื่ออาการปวดศีรษะที่เคยเป็นครั้งคราว ค่อย ๆ กลายเป็นปวดแทบทุกวัน

อ่านประมาณ 7 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

หลายคนเคยเป็นไมเกรนเดือนละครั้งหรือสองครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการกลับค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากที่เคยปวดเป็นครั้งคราว กลายเป็นปวดสัปดาห์ละหลายครั้ง จนสุดท้ายรู้สึกเหมือน "ปวดหัวแทบทุกวัน"

บางคนจึงคิดว่า "ไมเกรนของเราคงหนักขึ้น" แต่ความจริงแล้ว อาการปวดศีรษะทุกวันไม่ได้หมายความว่าเป็นไมเกรนเสมอไป และในหลายกรณี อาจเกิดจากโรคอื่นที่รักษาแตกต่างกัน

⚠️ ปวดหัวทุกวันไม่ใช่เรื่องปกติ

คนที่ปวดหัวทุกวันมีมากกว่าที่คิด บางคนปวดทุกวันเป็นเดือน บางคนเป็นมาหลายปี จนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของชีวิต หลายคนพกยาแก้ปวดติดตัวตลอดเวลาและรับประทานยาเกือบทุกวันเพื่อให้สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตต่อได้ แต่การปวดศีรษะทุกวัน ไม่ใช่สิ่งที่ควรยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติ

สาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดหัวทุกวัน

อาการปวดศีรษะทุกวันอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine)
  • ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (Medication Overuse Headache)
  • ปวดศีรษะจากความเครียดเรื้อรัง (Chronic Tension-type Headache)
  • ปวดศีรษะจากโรคทางสมองหรือโรคอื่น ซึ่งพบได้น้อยกว่า แต่ไม่ควรมองข้าม

การวินิจฉัยที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละโรคมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

ไมเกรนเรื้อรังคืออะไร?

ไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) หมายถึงผู้ที่มีอาการปวดศีรษะตั้งแต่ 15 วันขึ้นไปต่อเดือน นานอย่างน้อย 3 เดือน และในจำนวนนี้ มีอาการเข้าได้กับไมเกรนอย่างน้อย 8 วันต่อเดือน

ผู้ป่วยมักเล่าว่า บางวันปวดเหมือนไมเกรนเต็มรูปแบบ บางวันปวดตื้อ ๆ ไม่รุนแรง มีบางวันที่รู้สึกเหมือนปวดหัวทั้งวัน ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองยังคงเป็นไมเกรนอยู่

ปวดหัวทุกวัน เพราะยาแก้ปวดหรือเปล่า?

สาเหตุที่พบได้บ่อยมากอีกอย่างหนึ่ง คือ ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (Medication Overuse Headache)

ผู้ป่วยมักเริ่มจากเป็นไมเกรน เมื่อปวดก็รับประทานยา เมื่อปวดอีกก็กินยาอีก สุดท้ายต้องรับประทานยาเกือบทุกวัน

⚠️ วงจรยิ่งกินยายิ่งปวด

ยิ่งใช้ยาแก้ปวดบ่อย สมองยิ่งไวต่อความเจ็บปวด ทำให้ปวดถี่ขึ้น กลายเป็นวงจรที่ยิ่งกินยาก็ยิ่งปวด หากคุณต้องใช้ยาแก้ปวดหลายวันต่อเดือน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจถึงเวลาปรับแผนการรักษาแล้ว

หรือจริง ๆ แล้วเป็นปวดหัวจากความเครียด?

ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่ได้เป็นไมเกรน แต่เป็นปวดศีรษะจากความเครียดเรื้อรัง ลักษณะที่พบได้บ่อย เช่น

  • ปวดตื้อ ๆ เหมือนมีอะไรมารัดรอบศีรษะ
  • ปวดทั้งสองข้าง
  • ไม่ค่อยมีคลื่นไส้ ไม่ค่อยแพ้แสงหรือเสียง

อาการมักสัมพันธ์กับความเครียด การนอนน้อย การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และกล้ามเนื้อคอและบ่าตึง ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นทั้งไมเกรนและปวดศีรษะจากความเครียดร่วมกัน

ปวดหัวทุกวัน ต้องตรวจ MRI สมองหรือไม่?

ไม่จำเป็นทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะอาการ อายุ และการตรวจระบบประสาท หากอาการเข้าได้กับไมเกรนหรือปวดศีรษะปฐมภูมิทั่วไป และไม่มีสัญญาณผิดปกติ การตรวจ MRI อาจไม่จำเป็น

แต่หากมีอาการผิดปกติ (Red Flags) เช่น

  • ปวดรุนแรงเฉียบพลัน
  • แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือชัก
  • ซึมลง หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ปวดครั้งแรกหลังอายุ 50 ปี

แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม

ถ้าปวดหัวทุกวัน ควรทำอย่างไร?

สิ่งแรกที่ควรทำ ไม่ใช่การเปลี่ยนยาแก้ปวดด้วยตนเอง แต่ควรบันทึกข้อมูล เช่น

  • ปวดกี่วันต่อเดือน ปวดนานกี่ชั่วโมง
  • ใช้ยาอะไร ใช้ยาเดือนละกี่วัน
  • มีสิ่งกระตุ้นอะไรหรือไม่
  • อาการกระทบการทำงานหรือการใช้ชีวิตอย่างไร

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำ และวางแผนการรักษาได้เหมาะสม

ข่าวดีคือ ปวดหัวทุกวันรักษาได้

🎉 ไม่ต้องอยู่กับอาการนี้ไปตลอดชีวิต

ผู้ป่วยหลายคนเข้าใจว่า หากปวดหัวทุกวันแล้ว คงต้องอยู่กับอาการนี้ไปตลอดชีวิต ความจริงคือ ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถดีขึ้นได้ หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

การรักษาอาจประกอบด้วย

  • การเริ่มยาป้องกันไมเกรน
  • การลดหรือหยุดยาแก้ปวดที่ใช้มากเกินไป
  • การใช้ยาช่วงเปลี่ยนผ่าน (Bridge therapy) ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
  • การปรับพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
  • การรักษาโรคร่วม เช่น การนอนผิดปกติ ภาวะวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า

ผู้ป่วยจำนวนมากมีจำนวนวันที่ปวดศีรษะลดลงอย่างชัดเจนหลังได้รับการรักษาที่เหมาะสม

📋 สรุปสิ่งที่ควรรู้

  • การปวดศีรษะทุกวันไม่ใช่เรื่องปกติ และไม่ควรปล่อยให้การรับประทานยาแก้ปวดทุกวันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน การรักษาอาจยิ่งยากขึ้น
  • สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงว่าอาการปวดศีรษะเกิดจากไมเกรนเรื้อรัง การใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป ปวดศีรษะจากความเครียด หรือโรคอื่นที่ต้องได้รับการรักษา
  • เมื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเริ่มรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลดจำนวนวันที่ปวดศีรษะ ลดการใช้ยาแก้ปวด และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง

คลังความรู้โรคสมอง

www.dradisak.com