บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ ปวดศีรษะ ไมเกรนในผู้สูงอายุ
18 ไมเกรน

ไมเกรนในผู้สูงอายุ ต่างจากคนอายุน้อยอย่างไร?

ปวดหัวครั้งแรกหลังอายุ 60 ปี ต้องระวังอะไรบ้าง และใช้ยาอย่างไรให้ปลอดภัย

อ่านประมาณ 8 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

"หลายคนคิดว่า ไมเกรนเป็นโรคของวัยทำงานหรือคนอายุน้อย และเมื่ออายุมากขึ้น ไมเกรนก็น่าจะหายไปเอง" — แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น และการปวดศีรษะครั้งแรกในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังคงมีไมเกรนต่อเนื่องเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ และบางรายอาจเริ่มมีอาการที่คล้ายไมเกรนในช่วงอายุมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือ การปวดศีรษะที่เริ่มเป็นครั้งแรกในผู้สูงอายุ ไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นไมเกรน เพราะโอกาสที่จะเกิดจากโรคอื่นที่อันตรายมีมากกว่าคนอายุน้อย

ผู้สูงอายุเป็นไมเกรนได้หรือไม่?

ได้ — ผู้ที่เคยเป็นไมเกรนตั้งแต่วัยหนุ่มสาวจำนวนมากยังคงมีอาการต่อเนื่องเมื่ออายุมากขึ้น แต่สิ่งที่พบได้บ่อยคือ อาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ได้แก่

  • ความถี่ของไมเกรนอาจลดลง
  • อาการปวดอาจไม่รุนแรงเหมือนเดิม
  • ระยะเวลาปวดสั้นลง
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือแพ้แสงอาจลดลง
"เมื่อก่อนปวดหัวมาก แต่ตอนนี้กลับเห็นแสงวูบวาบหรือชาตามแขนก่อน แล้วแทบไม่ปวดหัว" — ลักษณะเช่นนี้สามารถพบได้ในผู้สูงอายุที่เคยเป็นไมเกรนมาก่อน

ถ้าเริ่มปวดหัวครั้งแรกหลังอายุ 60 ปีล่ะ?

นี่คือเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ หากเริ่มมีอาการปวดศีรษะครั้งแรกหลังอายุประมาณ 50–60 ปี แพทย์มักจะค้นหาสาเหตุอื่นก่อนเสมอ เนื่องจากโอกาสเป็นไมเกรนที่เริ่มต้นในวัยนี้มีน้อยกว่าการเกิดโรคอื่น

ตัวอย่างโรคที่ต้องระวัง ได้แก่

  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • เลือดออกในสมอง
  • เนื้องอกในสมอง
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • ภาวะหลอดเลือดแดงขมับอักเสบ (Giant Cell Arteritis)
  • เลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมอง (Chronic Subdural Hematoma)
  • ความดันในกะโหลกศีรษะผิดปกติ
  • ผลข้างเคียงจากยา

ดังนั้น การปวดศีรษะครั้งแรกในผู้สูงอายุไม่ควรวินิจฉัยว่าเป็นไมเกรนโดยไม่ตรวจเพิ่มเติม

อาการไมเกรนในผู้สูงอายุอาจเปลี่ยนไปอย่างไร?

เมื่ออายุมากขึ้น ผู้ป่วยบางรายมีอาการไม่เหมือนเดิม เช่น ปวดศีรษะน้อยลง แต่มีอาการเตือน (Aura) เด่นขึ้น ได้แก่

  • เห็นแสงวาบ เส้นซิกแซก หรือจุดดำลอยไปมา
  • ชาหรือพูดลำบากชั่วคราว
  • บางครั้งไม่มีอาการปวดศีรษะตามมาเลย

ภาวะนี้เรียกว่า Migraine aura without headache หรือบางครั้งเรียกว่า Acephalgic migraine แม้จะไม่อันตรายในตัวเอง แต่ในผู้สูงอายุจำเป็นต้องแยกจาก

  • ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA)
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคทางจอประสาทตา

จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์

อาการแบบไหนที่ไม่ควรคิดว่าเป็นไมเกรน?

⚠️ สัญญาณอันตราย — รีบพบแพทย์ทันที

ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะครั้งแรกหลังอายุ 50–60 ปี
  • ปวดรุนแรงที่สุดในชีวิต
  • ปวดศีรษะแบบเฉียบพลันทันที
  • มีไข้ คอแข็ง หรือซึมลง
  • แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด
  • เดินเซ หรือชัก
  • ตามัวหรือสูญเสียการมองเห็น
  • ปวดศีรษะร่วมกับน้ำหนักลดหรือเบื่ออาหาร
  • ปวดบริเวณขมับร่วมกับเจ็บหนังศีรษะหรือปวดเวลาเคี้ยวอาหาร

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว

Giant Cell Arteritis โรคที่ผู้สูงอายุไม่ควรมองข้าม

ภาวะหลอดเลือดแดงขมับอักเสบ (Giant Cell Arteritis) เป็นโรคที่พบเกือบทั้งหมดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี อาการที่ควรสงสัย ได้แก่

  • ปวดศีรษะบริเวณขมับ
  • หนังศีรษะเจ็บเมื่อหวีผมหรือสัมผัส
  • ปวดขากรรไกรเวลาเคี้ยวอาหาร
  • มองเห็นภาพมัวหรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว
  • มีไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
⚠️ ต้องรักษาเร่งด่วน

โรค Giant Cell Arteritis ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยไว้ อาจทำให้ตาบอดถาวรได้

ยาไมเกรนในผู้สูงอายุ ต้องระวังอะไร?

การรักษาไมเกรนในผู้สูงอายุจำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะผู้ป่วยมักมีโรคร่วมหลายโรคและรับประทานยาหลายชนิด สิ่งที่ต้องระวัง ได้แก่

1

โรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหลอดเลือดส่วนปลาย อาจไม่เหมาะกับยากลุ่ม Triptans หรือ Ergotamine เนื่องจากยาทำให้หลอดเลือดหดตัว

2

การทำงานของไตและตับ

ยาบางชนิดอาจต้องปรับขนาดในผู้ที่มีการทำงานของไตหรือตับลดลง

3

ยาหลายชนิด (Polypharmacy)

ผู้สูงอายุจำนวนมากรับประทานยาหลายชนิดพร้อมกัน เช่น ยาความดันโลหิต ยาเบาหวาน ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดไขมัน และยานอนหลับ แพทย์จึงต้องตรวจสอบปฏิกิริยาระหว่างยาก่อนเริ่มยารักษาไมเกรนทุกครั้ง

4

ผลข้างเคียงของยา

ผู้สูงอายุไวต่อผลข้างเคียงมากกว่า เช่น ง่วงซึม เวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ หกล้ม และสับสน ดังนั้น แพทย์มักเริ่มยาขนาดต่ำ และค่อย ๆ ปรับเพิ่มตามความเหมาะสม

ถ้าไมเกรนกำเริบบ่อย ควรใช้ยาป้องกันหรือไม่?

สามารถใช้ได้ แต่การเลือกยาจะพิจารณาโรคร่วมของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ตัวอย่างเช่น

  • หากมีความดันโลหิตสูง อาจเลือก Beta-blockers บางชนิด หากไม่มีข้อห้าม
  • หากมีภาวะซึมเศร้าหรือนอนไม่หลับ อาจพิจารณายาบางชนิดที่ช่วยได้ทั้งสองปัญหา
  • หากมีผลข้างเคียงจากยารับประทาน อาจพิจารณา Botulinum toxin หรือยากลุ่ม Anti-CGRP ในผู้ที่เข้าเกณฑ์

การรักษาในผู้สูงอายุจึงต้องออกแบบเฉพาะบุคคล มากกว่าการใช้สูตรเดียวกับทุกคน

ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองเพื่อลดไมเกรนได้อย่างไร?

แม้อายุจะมากขึ้น แต่การปรับพฤติกรรมยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา

  • นอนหลับให้สม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารตรงเวลา และดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • จดบันทึก Migraine Diary หากอาการกำเริบบ่อย

ผู้สูงอายุควรตรวจสมองทุกคนหรือไม่?

ไม่จำเป็น — หากผู้ป่วยเคยเป็นไมเกรนมานานหลายสิบปีและลักษณะอาการยังเหมือนเดิม การตรวจ CT หรือ MRI สมองอาจไม่จำเป็นในทุกคน แต่หากมีอาการผิดไปจากเดิม เช่น ปวดรุนแรงขึ้น ปวดรูปแบบใหม่ มีอาการทางระบบประสาท หรือเริ่มปวดครั้งแรกในวัยสูงอายุ แพทย์มักพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเพื่อค้นหาสาเหตุที่อาจเป็นอันตราย

💡 ข่าวดีสำหรับผู้สูงอายุที่มีไมเกรน

แม้จะเข้าสู่วัยสูงอายุแล้ว ผู้ป่วยไมเกรนส่วนใหญ่ยังสามารถควบคุมอาการได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม การปรับพฤติกรรม และการเลือกใช้ยาให้สอดคล้องกับโรคร่วมและสุขภาพของแต่ละคน หากมีอาการปวดศีรษะที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือมีสัญญาณอันตรายร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม

📋 สรุปสิ่งที่ควรรู้

  • ไมเกรนในผู้สูงอายุสามารถพบได้ และผู้ที่เคยเป็นไมเกรนมาก่อนมักมีอาการเปลี่ยนแปลงตามวัย โดยหลายรายมีอาการปวดลดลงแต่มีอาการเตือน (Aura) เด่นขึ้น
  • การปวดศีรษะที่เริ่มเป็นครั้งแรกหลังอายุ 50–60 ปี ไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นไมเกรน เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอก หรือภาวะหลอดเลือดแดงขมับอักเสบ
  • การรักษาในผู้สูงอายุต้องออกแบบเฉพาะบุคคล คำนึงถึงโรคร่วม ยาที่ใช้อยู่ และผลข้างเคียง — การปรับพฤติกรรมยังคงเป็นหัวใจสำคัญควบคู่กับการใช้ยา
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง