บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ ปวดศีรษะ ไมเกรนกับเวียนหัว
13 ไมเกรน

ไมเกรนทำให้เวียนหัวได้หรือไม่?

รู้จัก Vestibular Migraine ไมเกรนที่มีอาการเด่นเป็นเวียนศีรษะ มากกว่าปวดศีรษะ

อ่านประมาณ 9 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

"หมอครับ ผมไม่ได้ปวดหัว แต่เวียนหัวเหมือนบ้านหมุน เป็นไมเกรนได้หรือเปล่า?" "หมอคะ รักษาโรคน้ำในหูมาหลายปี กินยาแล้วก็ยังเวียนหัว สุดท้ายกลับบอกว่าเป็นไมเกรน?"

หลายคนเข้าใจว่า ไมเกรนต้องมีอาการปวดศีรษะเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ผู้ป่วยบางรายมีอาการเด่นเป็น เวียนศีรษะ บ้านหมุน หรือเสียการทรงตัว มากกว่าปวดศีรษะ ภาวะนี้เรียกว่า Vestibular Migraine หรือ "ไมเกรนที่มีอาการเวียนศีรษะ"

Vestibular Migraine เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของอาการเวียนศีรษะเป็น ๆ หาย ๆ แต่กลับถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคน้ำในหูชั้นใน โรคบ้านหมุน หรือโรคเครียดอยู่บ่อยครั้ง

🎉 ข่าวดี

หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง โรคนี้สามารถรักษาและควบคุมอาการได้ดีเช่นเดียวกับไมเกรนชนิดอื่น

Vestibular Migraine คืออะไร?

Vestibular Migraine คือโรคไมเกรนชนิดหนึ่งที่ส่งผลต่อระบบการทรงตัว (Vestibular system) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทรงตัวและการรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการเด่นเป็น

  • เวียนศีรษะ บ้านหมุน
  • โคลงเคลง เดินไม่มั่นคง
  • รู้สึกเหมือนพื้นโยก
  • รู้สึกเหมือนกำลังนั่งเรือ

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นพร้อมกับไมเกรน หรือบางครั้งเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการปวดศีรษะเลยก็ได้

ไมเกรนทำให้เวียนหัวได้อย่างไร?

ปัจจุบันเชื่อว่าไมเกรนไม่ได้ส่งผลเฉพาะบริเวณที่รับรู้ความเจ็บปวด แต่ยังส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัว รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างหูชั้นใน ก้านสมอง สมองน้อย และสมองส่วนที่ประมวลผลการทรงตัว เมื่อระบบเหล่านี้ทำงานผิดปกติชั่วคราว ผู้ป่วยจึงเกิดอาการเวียนศีรษะ แม้ว่าหูจะปกติก็ตาม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ป่วยหลายคนตรวจการได้ยินและตรวจหูแล้วไม่พบความผิดปกติ

อาการของ Vestibular Migraine เป็นอย่างไร?

อาการแตกต่างกันในแต่ละคน อาจมีอาการ เช่น

  • เวียนศีรษะเหมือนบ้านหมุน หรือโคลงเคลงเหมือนเดินบนเรือ
  • รู้สึกศีรษะลอย เสียการทรงตัว
  • เวียนหัวเมื่อเปลี่ยนท่าทาง
  • เวียนหัวเวลาเดินในห้างหรือสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก
  • เวียนหัวเมื่อเห็นภาพเคลื่อนไหวเร็ว ๆ
  • ไม่สามารถนั่งรถหรือขึ้นลิฟต์ได้เหมือนเดิม

บางคนมีอาการเพียงไม่กี่นาที บางคนเป็นต่อเนื่องหลายชั่วโมง และบางรายอาจเป็นนานหลายวัน

จำเป็นต้องปวดหัวทุกครั้งหรือไม่?

ไม่จำเป็น — นี่คือสาเหตุที่ทำให้โรคนี้ถูกวินิจฉัยผิดบ่อย ผู้ป่วยบางรายมีเวียนศีรษะอย่างเดียวหรือบ้านหมุนอย่างเดียว ไม่มีอาการปวดศีรษะเลย แต่มีประวัติเคยเป็นไมเกรนมาก่อน แพ้แสง แพ้เสียง คลื่นไส้ หรือมีคนในครอบครัวเป็นไมเกรน ซึ่งช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้

อะไรเป็นปัจจัยกระตุ้น?

Vestibular Migraine มีปัจจัยกระตุ้นเหมือนไมเกรนทั่วไป เช่น

  • นอนดึก ความเครียด อดอาหาร ดื่มน้ำน้อย
  • ประจำเดือน แอลกอฮอล์ คาเฟอีนในบางคน

นอกจากนี้ ผู้ป่วยจำนวนมากยังมีอาการมากขึ้นเมื่อเดินในห้างสรรพสินค้า อยู่ในที่มีแสงไฟกะพริบ ดูจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ขับรถ หรือนั่งรถทางไกล

ต่างจากโรคน้ำในหูชั้นในและ BPPV อย่างไร?

โรคที่มักสับสนกับ Vestibular Migraine มากที่สุด คือ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Ménière's disease) ผู้ป่วยบางรายอาจมีทั้งสองโรคร่วมกันได้ จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์

ส่วนโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นใน (BPPV) มักมีอาการบ้านหมุนเป็นช่วงสั้น ๆ เกิดเมื่อหันศีรษะ พลิกตัว หรือเงยหน้า แต่ละครั้งมักไม่เกิน 1 นาที ในขณะที่ Vestibular Migraine เวียนศีรษะได้นานกว่า อาจไม่มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนท่าทาง และมักมีประวัติไมเกรนหรืออาการร่วมอื่น ๆ

ต้องตรวจ MRI หรือไม่?

ไม่จำเป็นในผู้ป่วยทุกคน แต่แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม หาก

  • เวียนศีรษะครั้งแรกในชีวิต
  • มีอาการทางระบบประสาทร่วม เดินไม่ได้ แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน
  • มีอาการผิดไปจากเดิม

เพื่อแยกโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคทางสมองอื่น ๆ

รักษาอย่างไร?

1

หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น

  • นอนให้เพียงพอ รับประทานอาหารตรงเวลา ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ลดความเครียด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • จด Migraine Diary
2

ยารักษาเมื่อมีอาการ

หากมีอาการไมเกรนร่วมด้วย แพทย์อาจใช้ยาแก้ปวด ยากลุ่ม Triptans ในผู้ป่วยที่เหมาะสม ยาแก้คลื่นไส้ และยาลดอาการเวียนศีรษะในระยะสั้นหากมีอาการรุนแรง

⚠️ ข้อควรระวัง

ยาลดอาการเวียนศีรษะ เช่น Betahistine, Dimenhydrinate หรือ Cinnarizine ไม่ใช่การรักษาสาเหตุของ Vestibular Migraine และไม่ควรรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น

3

ยาป้องกันไมเกรน

หากเวียนศีรษะหรือไมเกรนเกิดบ่อย จนกระทบต่อการใช้ชีวิต แพทย์อาจพิจารณาเริ่มยาป้องกันไมเกรน ยาที่ใช้ เช่น Propranolol, Metoprolol, Flunarizine, Topiramate, Amitriptyline, Venlafaxine หรือยากลุ่ม Anti-CGRP ในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ การเลือกยาจะขึ้นอยู่กับอาการ โรคร่วม และผลข้างเคียงของผู้ป่วยแต่ละราย

4

กายภาพบำบัดระบบการทรงตัว

ผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเวียนศีรษะเรื้อรังหรือเสียการทรงตัวต่อเนื่อง อาจได้รับประโยชน์จากการทำกายภาพบำบัดระบบการทรงตัว (Vestibular Rehabilitation) ร่วมกับการรักษาด้วยยา การฝึกนี้ช่วยให้สมองปรับตัวต่อความผิดปกติของระบบการทรงตัว ลดอาการโคลงเคลง และเพิ่มความมั่นใจในการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน

เมื่อไรที่ควรรีบพบแพทย์?

แม้อาการเวียนศีรษะจากไมเกรนมักไม่เป็นอันตราย แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

  • เวียนศีรษะร่วมกับแขนหรือขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว
  • เดินไม่ได้ มองเห็นภาพซ้อน หมดสติ
  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันที่สุดในชีวิต
  • เวียนศีรษะครั้งแรกในผู้สูงอายุที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

หากคุณมีอาการเวียนศีรษะเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะร่วมกับประวัติไมเกรน อย่าปล่อยให้รักษาแบบลองผิดลองถูกเป็นเวลาหลายปี เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องคือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่ได้ผล

📋 สรุปสิ่งที่ควรรู้

  • Vestibular Migraine เป็นไมเกรนชนิดหนึ่งที่มีอาการเด่นเป็นเวียนศีรษะ บ้านหมุน หรือเสียการทรงตัว โดยบางรายแทบไม่มีอาการปวดศีรษะเลย
  • มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคน้ำในหูชั้นในหรือ BPPV การวินิจฉัยอาศัยประวัติไมเกรนและอาการร่วม เช่น แพ้แสง แพ้เสียง คลื่นไส้
  • การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น การปรับพฤติกรรม และการใช้ยาป้องกันไมเกรนในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ ช่วยลดอาการเวียนศีรษะและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างมาก
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง

คลังความรู้โรคสมอง

www.dradisak.com